คล็อปป์เผยหงส์ตั้งเป้าได้สิทธิ์ลุยชปล.

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ ลิเวอร์พูล ระบุ เป้าหมายหลักของทีมคือการได้สิทธิ์เล่นศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก ซีซั่นหน้า พร้อมชี้ พรีเมียร์ลีก ถือเป็นลีกที่ได้ตั๋วลุยศึกชิงถ้วย “บิ๊กเอียร์” ยากที่สุดเลย

เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล สโมสรชั้นนำแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยอมรับว่าเป้าหมายหลักของ “หงส์แดง” ในตอนนี้คือต้องจบฤดูกาลด้วยการเป็น 4 อันดับแรกของตารางคะแนน เพื่อให้ได้สิทธิ์เล่นศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในซีซั่นหน้า

ฤดูกาลนี้ “หงส์แเดง” แทบจะหมดลุ้นแชมป์ลีกแล้ว หลังปัจจุบันเป็นอันดับ 5 ของตารางคะแนน ด้วยผลงาน 49 แต้ม จากการลงเล่น 25 นัด ตามหลัง เชลซี ที่เป็นจ่าฝูงห่างถึง 11 คะแนนเข้าไปแล้ว ขณะเดียวกันพวกเขาก็มีแต้มน้อยกว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เป็นอันดับ 4 อยู่ 1 แต้มเท่านั้น

คล็อปป์ เผยว่า “ผมไม่คิดถึงสิ่งที่ตัวเองไม่มีหรอก แต่แน่นอนว่าผมสนุกที่ได้ขับเคี่ยวกับหลายทีม และเราก็อยากเป็นหนึ่งในนั้น เพื่อที่จะทำให้เป้าหมายนั้นสำเร็จเราก็ต้องคว้าสิทธิ์นั้นให้ได้ ฤดูกาลนี้เราไม่ได้สิทธิ์เข้าแข่งขัน เรากำลังทำงานอย่างหนักเพื่อได้สิทธิ์นั้นให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ในสัปดาห์นี้เราได้เห็นกันแล้วว่ามัน (แชมเปี้ยนส์ ลีก) เป็นการแข่งที่ดุเดือดแค่ไหน และ ยูโรปา ลีก เอง ก็เข้มข้นมากๆ เหมือนกัน มันมีทีมที่เก่งๆ หลายทีม และมีเกมที่ดุเดือดหลายนัด”

“เราสนุกกับการเล่นในฤดูกาลที่แล้ว เรารู้สึกอย่างนั้นจนถึงนัดสุดท้าย! (หมายถึง ยูโรปา ลีก ที่ ลิเวอร์พูล แพ้รอบชิงชนะเลิศ) เรามีเกมที่ดีๆ หลายนัดในรายการนั้น แต่แน่นอนว่า แชมเปี้ยนส์ ลีก คือรายการที่ยอดเยี่ยม เราอยากเป็นส่วนหนึ่งของมัน ซึ่งการที่จะได้เล่นในรายการนั้นเราก็ต้องชนะอีกหลายนัด เรายังมีลุ้นอยู่ ตอนนี้ยังไม่มีอะไรที่จบไปแล้ว มันมีถึง 6 ทีมที่ลุ้นอยู่ใน 4 อันดับแรก”

บริการโทรต่างประเทศ “ผมมั่นใจแบบ 100 เปอร์เซ็นต์เต็มว่า อังกฤษ เป็นลีกที่ลุ้นได้สิทธิ์ แชมเปี้ยนส์ ลีก ยากที่สุด บางทีการผ่านรอบแบ่งกลุ่มของ แชมเปี้ยนส์ ลีก ยังน่าจะง่ายกว่าการติดท็อปโฟร์ใน อังกฤษ เพื่อให้ได้สิทธิ์เล่นรายการนั้นด้วยซ้ำ เราทุกคนรู้ถึงเรื่องนั้นดี ทุกคนรู้ดีว่าถ้าเรามีแต้มมากกว่านี้อีกสักหน่อยเราก็คงได้อยู่ในอันดับที่ดีกว่านี้ไปแล้ว แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นจริงมันก็ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างมันจบแล้ว อันดับของเราในตอนนี้มันโอเคดี และเราต้องใช้มันให้เป็นประโยชน์” กุนซือชาวเยอรมัน ร่ายยาว

For more article, please visit คล็อปป์เผยหงส์ตั้งเป้าได้สิทธิ์ลุยชปล..

แทบตาย!อิบรารับทุกเกมลีกผู้ดีเหมือนนัดชิง

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช หัวหอกแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รับทุกแมตช์ในลีกผู้ดี เป็นเหมือนเกมนัดชิง โดยเฉพาะในศึกเอฟเอ คัพ หลังพวกเขาต้องเลือดตาแทบกระเด็นกว่าจะเอาชนะ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส 2-1 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา พร้อมกระตุ้นแข้ง “ผีแดง” รักษาฟอร์มแบบนี้ต่อไปเพื่อโอกาสในการคว้าแชมป์

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กองหน้าตัวความหวังของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มหาอำนาจลูกหนังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เชื่อทุกๆ เกมในลีกเมืองผู้ดีเปรียบเสมือนแมตช์นัดชิงชนะเลิศ หลังพวกเขาต้องเจอกับความยากลำบากกว่าจะเอาชนะ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส 2-1 ศึกเอฟเอ คัพ รอบ 5 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

“ปีศาจแดง” ต้องตกเป็นรองเจ้าบ้านหลังจากที่ แดนนี่ เกรแฮม ซัดประตูขึ้นนำในนาทีที่ 17 อย่างไรก็ตามลูกทีมของกุนซือโชเซ่ มูรินโญ่ ไม่ยอมแพ้สามารถไล่ตีเสมอได้จาก มาร์คัส แรชฟอร์ด ในนาทีที่ 27 ก่อนที่ อิบราฮิโมวิช ซึ่งลงมาเล่นเป็นตัวสำรองจะซัดประตูชัยนาทีที่ 75

ดาวเตะชาวสวีดิช ยืนยันว่า “ปีศาจแดง” ไม่เคยประมาทคู่แข่งทุกๆ ทีมที่พวกเขาต้องต่อสู้ด้วย “ทุกๆ เกมมันคาดเดาอะไรไม่ได้เลย นับตั้งแต่ที่ผมย้ายมาเล่นในอังกฤษ ทุกๆ แมตช์โดยเฉพาะในรายการเอฟเอ คัพ มันเหมือนกับเกมนัดชิงชนะเลิศ มันไม่สำคัญว่าพวกเขาจะเล่นในแชมเปี้ยนชิพ”

“ดังนั้นทุกๆ เกมไม่มีทีมไหนเป็นตัวเต็ง เราไม่เคยประเมินคู่แข่งของเราต่ำเกินไป ทีมเล่นได้ดีก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแปลงแต่ในครึ่งหลังผมกับ ปอล (ป็อกบา) ถูกส่งลงมาเพื่อสร้างกำลังใจให้กับทีมเพิ่มมากขึ้น เขา (ป็อกบา) ผ่านบอลได้เฉียบคมมากๆ และผมก็ยิงประตูได้”

holiday palace เข้าไม่ได้ “เรามีความสุขที่เก็บชัยชนะได้สำเร็จ เรายังมีลุ้นในทุกๆ ทัวร์นาเมนต์ เราจะต้องทำงานหนักกันต่อไป พยายามสู้ และตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่สำคัญมากๆ” อิบราฮิโมวิช ซึ่งซัดไปแล้ว 24 ประตูจากการลงเล่น 36 แมตช์ในทุกรายการให้ “ผีแดง” ฤดูกาลนี้ กล่าว

Please visit แทบตาย!อิบรารับทุกเกมลีกผู้ดีเหมือนนัดชิง for more detail.

“บอ.บู๋”ตัดเกรดปีศาจแดงเกมเชือดกุหลาบในเอฟเอคัพ

simpson.viva9988 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทะลุเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายของเอฟเอคัพ อย่างน่าตื่นเต้น ด้วยการเฉือนชนะแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส 2-1 ไปดูกันว่า “บอ.บู๋” แฟนพันธุ์แท้ปีศาจแดง จะให้คะแนนดาวเตะผีอย่างไรบ้าง !

#ประกาศผลสอบปีศาจแดง

บางคนไม่ใช่แค่น่าผิดหวัง แต่น่าโดนตบ!

โรเมโร่: เกือบตกมาตายในช่วงท้ายเกมที่รับลูกกระฉอก ไม่งั้นโดนด่าเละแน่นอน – 5.5

อ.ยัง: เติมเกมรุกไม่สะเด่าเหมือน โทนี่ แต่วางบอลเข้ากลางแม่นยำกว่าเห็นๆ นอกนั้นก็ไม่มีอะไร – 6

สมอลลิ่ง: ประตูที่เสียประกบห่างจนปล่อยให้ แดนนี่ แกรมห์ มีทั้งพื้นที่และเวลาในการทำประตูมากเกินไป – 6

โรโฮ: ปล่อยให้ไอ้กองหน้าผมยาวของคู่แข่งเล่นง่ายเกินไปในจังหวะเสียประตู สงสัยถ้าไม่ได้จับคู่กับ ฟิล โจนส์ หรือ เอริก ไบยี่ ก็จะไม่ใช่ปราการหลังระดับโลก – 6

ดาร์เมี่ยน: ดันสูงเติมเกมรุกด้านซ้ายตลอดเวลา ก่อนจะทำบอลเสีย – 5.5

คาร์ริค: กลับมาลงสนามอีกครั้ง โดยยืนต่ำเป็นตัวรับ ส่งผลให้ เอร์เรร่า ขึ้นไปเล่นเกมรุกแบบไม่ต้องพะวงเกมรับมากนัก – 6.3

เอร์เรร่า: เล่นเหมือนฉีดคาราบาวแดงเข้าเส้นโลหิต แถมได้รับอิสระขึ้นไปช่วยสร้างเกมรุกมากขึ้น – 7

ลินการ์ด: เฮ่ออออออ….กูล่ะเบื่อ – 5

มาร์กซิยาล: เจอคู่แข่งตั้งรับลึกจนลากเลื้อยอะไรไม่ค่อยออก – 5.7

มคิทาร์ยาน: ติดๆ ขัดๆ หลายจังหวะ แต่จังหวะปั่นไซด์เปิดให้ แรชฟอร์ด ต้องบอกว่าระดับโลก – 7

แรชฟอร์ด: ช่วงแรกๆ ไม่ค่อยมีบทบาทเท่าไหร่ แต่พอมีจังหวะก็แสดงวิญญาณเพชฌฆาตที่เลือดเย็นเกินเด็กออกมา – 7

ตัวสำรอง

ป๊อกบา: พอลงมาแล้วเกมดีขึ้นทันตาเห็น แถมวางยาวลูกนั้นที่ให้ อิบรา กระทุ้งประตูชั้ย บอกได้คำเดียวว่า…สุดตีลลลล!!! – 8

อิบรา: ลูกยิงประตูชัยของเขาต้องระดับ “บร๊ะเจ้า” เท่านั้นถึงจะได้รับอนุญาต – 7.5

มาต้า: ลงมาเพื่อให้กุนซือใช้โควต้าตัวสำรองครบ 3 คนตอนใกล้จะหมดเวลา ไม่รู้จะให้คะแนนอย่างไร

Please visit “บอ.บู๋”ตัดเกรดปีศาจแดงเกมเชือดกุหลาบในเอฟเอคัพ for more content.

ไม่ได้โม้!อิบราลั่นผียังโหดกว่านี้ได้

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ดาวยิง แมนฯ ยูไนเต็ด ชี้ “ปีศาจแดง” ยังสามารถเล่นให้ดีกว่านี้ได้ หลังล่าสุดชนะ แซงต์-เอเตียน 3-0 ในเกม ยูโรปา ลีก รอบ 32 ทีมสุดท้าย นัดแรก พร้อมกระตุ้นเพื่อนร่วมทีมให้เก็บชัยชนะให้ได้เรื่อยๆ

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กองหน้าคนเก่งของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แสดงความเชื่อว่าทีมของตนยังเล่นกันได้ดีกว่านี้อีก หลังจากที่ล่าสุดพวกเขาเปิดรัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เอาชนะ แซงต์-เอเตียน 3-0 ในเกม ยูฟ่า ยูโรปา ลีก รอบ 32 ทีมสุดท้าย นัดแรก เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

อิบราฮิโมวิช รับบทพระเอกในเกมนี้เมื่อเหมาทั้ง 3 ประตูให้ทีม จนทำให้เขาสามารถทำแฮตทริกในสีเสื้อ “ปีศาจแดง” ได้เป็นครั้งแรก พร้อมกับทำให้ยอดรวมการทำประตูของเขาในซีซั่นนี้จากการลงเล่นในทุกรายการเพิ่มเป็น 23 ลูกแล้ว

ฃ ดาวเตะชาวสวีดิช เผยว่า “เราสร้างโอกาสสวยๆ ได้หลายครั้ง มันเป็นเรื่องสำคัญที่ได้ชัยชนะดีๆ กับการเล่นในบ้าน และเราจะนำสิ่งนี้ติดตัวไปกับเราในนัดสองด้วย มันเป็นเกมที่ดี แต่ผมคิดว่าเราสามารถเล่นกันให้ดีกว่านี้ได้ ทุกครั้งที่ผมเล่นกับ แซงต์-เอเตียน ผมจะทำงานอย่างหนักและจะทำได้หลายลูกเสมอ วันนี้ก็เป็นอีกครั้งที่ผมทำได้หลายประตู และหวังว่าผมจะสามารถทำแบบนี้ได้อีกในสัปดาห์หน้า”

โทรต่างประเทศ ราคาถูก “เรากำลังเก็บชัยชนะได้หลายนัดก็จริง แต่ทุกอย่างสามารถเปลี่ยนแปลงได้ในเวลาสั้นๆ สิ่งที่สำคัญก็คือการที่เราต้องชนะต่อไปเรื่อยๆ ทุกอย่างสามารถเปลี่ยนแปลงได้ แต่ตอนนี้เรามีความสุขกันมากๆ นี่เป็นช่วงเวลาที่สำคัญของฤดูกาล เรายังมีลุ้นแชมป์ถึง 4 รายการ และที่จริงเราก็ได้แชมป์ในการแข่งรายการที่ 5 ไปแล้ว (หมายถึง คอมมิวนิตี้ ชิลด์)” อิบราฮิโมวิช ระบุ

For related article, please visit ไม่ได้โม้!อิบราลั่นผียังโหดกว่านี้ได้.

โมนาโกปรับทัพ!ส่งเอ็มบั๊ปเป้บุกซัดบาสเตียลุ้นยืดฝูง

บาสเตีย รองบ๊วย จะเปิดสต๊าด อาร์กม็องด์-เซซารี่ เกาะคอร์ซิก้า ปะทะอาแอส โมนาโก จ่าฝูงในลีก เอิง ฝรั่งเศส นัดที่ 26 ซึ่งเป็นศึกดาร์บี้แมตช์แดนใต้แห่งเมดิเตอร์เรเนียน

เวลานี้โมนาโกเก็บไปแล้ว 58 คะแนน จากการลงสนาม 25 นัด ชนะ 18 เสมอ 4 แพ้ 3 ยิง 75 เสีย 23 ประตู ขณะที่บาสเตียมีเพียง 22 คะแนน จากการลงเล่น 24 นัด ชนะ 5 เสมอ 7 แพ้ 12 ยิง 21 เสีย 32 ประตู พวกเขามีแต้มเท่าลอริยองต์ ทีมบ๊วย

สำหรับสถิติการพบกันในลีก เอิง ที่บ้านบาสเตีย 28 ครั้งที่ผ่านมา เจ้าถิ่นชนะ 15 ยิง 35 ประตู เสมอ 4 ทีมเยือนชนะ 9 ทำได้ 22 ประตู โดยบาสเตียไม่ชนะที่บ้านตัวเองเมื่อเจอโมนาโก ในลีก เอิง นับตั้งแต่ฤดูกาล 2002-2003

และทั้งสองทีมเจอกันล่าสุดในลีก เอิง นัดที่ 17 ซีซั่นที่แล้ว โมนาโกบุกมาชนะ 2-1 เมื่อวันเสาร์ที่ 5 ธันวาคม 2015

ฟร็องซัวส์ ซิซโกลินี่ เทรนเนอร์บาสเตียวัย 54 ปี นำทีมไม่ชนะ 7 เกมซ้อน หลังจากพ่ายเกมเยือนตูลูส 1-4 ในลีก เอิง นัดที่ 25 เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 11 กุมภาพันธ์

นัดนี้ทีมขาด ยันนิก กาอูซัค มิดฟิลด์ กัปตันทีม, นิโกล่าส์ แซงต์-รุฟ เซนเตอร์แบ็กต่างติดโทษแบนคนละ 1 นัด โดยอัตโนมัติ หลังจากทั้งคู่โดนไล่ออกในเกมล่าสุด

ส่วน ฟลอริยอง มาร็องช์ แบ็กซ้ายบาดเจ็บข้อเท้า, กาแอล ดานิค มิดฟิลด์บาดเจ็บที่หลัง, ฟาริด บูลายา มิดฟิลด์บาดเจ็บ, เซบาสเตียง สกิลลาซี่ กองหลังวัย 36 ปี บาดเจ็บเอ็นหัวเข่าขวา พักนานหลายเดือน และ อัลล็อง

แซงต์-มักซิแม็ง กองหน้าวัย 19 ปี ไม่สามารถลงเล่นเกมนี้ ตามที่ตกลงกันไว้ตอนที่เขาย้ายจากโมนาโกมาเล่นที่นี่ เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2016 ภายใต้ข้อสัญญายืมตัว

ในรายของ อเล็กซองเดอร์ เดฌิคู แบ็กซ้าย และ เลนนี่ น็องชิส หัวหอกต่างพ้นโทษแบนคนละ 1 เกม พร้อมกับที่ ปิแอร์ เบงก์ตส์สัน แบ็กซ้ายสวีเดนหายเจ็บที่ซี่โครง กลับมาลงสนามได้แล้ว

เลโอนาร์โด้ ชาร์ดิม เทรนเนอร์ชาวโปรตุกีสวัย 42 ปีของโมนาโก นำทีมไม่แพ้ 11 เกมติดต่อกัน อีกทั้งทีมยิงไปแล้ว 107 ประตู จากการลงสนาม 40 นัด ทุกรายการในฤดูกาลนี้

ส่วนชาร์ดิมคุมทีมไปแล้ว 101 นัดในลีก เอิง หลังจากได้รับการแต่งตั้งเป็นเทรนเนอร์โมนาโก เมื่อเดือนมิถุนายน 2014 และเขาคุมทีมโมนาโก 146 นัดในทุกรายการ

นัดล่าสุดทีมเปิดบ้านต้อนแอฟเซ เม็ตซ์ 5-0 ในลีก เอิง นัดที่ 25 เมื่อวันเสาร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ แต่โมนาโกเสีย กาเบรียล บอสชิเลีย ปีกซ้ายบราซิลวัย 20 ปี บาดเจ็บหนักที่เอ็นหัวเข่าขวา หลังจากโดน โชนาต็อง ริวีเรซ แบ็กขวาเม็ตซ์ ทำฟาวล์ และเป็น นาบิล ดีราร์ ได้ลงเล่นแทน ปรากฏว่าเขาโชคร้ายต้องเข้ารับการผ่าตัด และพักแข้งนาน 6 เดือน

อีกทั้ง ปิแอร์ เอ็นแก็งด้า กองหลังวัย 20 ปี บาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาขวา

แต่ทีมได้ ฌิบริล ซิดิเบ้ แบ็กขวาทีมชาติฝรั่งเศสหายเจ็บโคนขาหนีบซ้าย, กีโด้ คาร์รีโญ่ ศูนย์หน้าอาร์เจนตินาหายเจ็บโคนขาหนีบขวา กลับมาฝึกซ้อมได้แล้ว

โทรผ่านเน็ต และ อันเดรีย ร้าจจี้ กองหลังอิตาลี กับ นาบิล ดีราร์ มิดฟิลด์ตัวรุกโมร็อกโกหายเจ็บ, วาแลร์ แชร์กแมง กองหน้าหายเจ็บน่องซ้าย, เชแมร์ซอน เซนเตอร์แบ็กบราซิลพ้นโทษแบน 1 นัด

เขาจะพักตัวจริงหลายคน เพราะโมนาโกมีโปรแกรมจะลงเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก ไปเยือนแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่อังกฤษ คืนวันอังคารที่ 21 กุมภาพันธ์

For related article, please visit โมนาโกปรับทัพ!ส่งเอ็มบั๊ปเป้บุกซัดบาสเตียลุ้นยืดฝูง.

อิบราแฮตทริก!ผีโชว์แจ่มอัดแซงต์-เอเตียน3-0

แมนฯ ยูไนเต็ด เปลี่ยนทีมจากเกมเอาชนะ วัตฟอร์ด 2 ตำแหน่ง ด้วยการให้ มารูยาน เฟลไลนี่ และเซร์คิโอ โรเมโร่ ออกสตาร์ต โดยไร้ชื่อ เฮนริค มคิทาร์ยาน ที่ป่วย ฝั่ง แซงต์-เอเตียน มี ฟลอร็องแต็ง ป็อกบา พี่ชายแท้ๆของ ปอล คุมเกมรับ

ออกสตาร์ตไปได้ 3 นาที แมนฯ ยูไนเต็ด เกือบจะเสียประตู เมื่อ เอริค ไบยี่ ผ่านบอลคืนหลังไม่ดี โดน โรแม็ง อามูม่า ฉกบอลตัดหน้า โรเมโร่ แล้วหันมาจ่ายบอลยัดกลับเข้ากลาง แต่ ดาเล่ย์ บลินด์ อ่านเกมได้ดี ตักทิ้งออกมาจากเขตโทษได้

ทีมเจ้าบ้านดูจะไม่ค่อยมีสมาธิในต้น แต่ในช่วงที่กำลังจะผ่าน 10 นาที ก็เริ่มตั้งทรงเกมได้แล้ว อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ได้บอลทางซ้าย ลากเข้ามาหน้าเขตโทษแล้วปั่นด้วยขวาเล็งบอลหาเสาสอง แต่โดน สเตฟาน รุฟฟิเย่ร์ ทุบทิ้งออกมา

หลังจากที่อึดอัดอยู่สักพัก ทัพปีศาจแดงก็มาได้ประตูปลดล็อกออกนำ 1-0 จากจังหวะฟรีคิกระยะ 25 หลา เยื้องทางซ้าย ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ตะบันด้วยขวายัดใต้กำแพง บอลแฉลบขา แวงซองต์ ปาโยต์ ค่อยๆไหลข้ามเส้นเข้าประตูไป สเตฟาน รุฟฟิเย่ร์ หลงทาง ไม่อาจป้องกันได้ และนี่เป็นการยิงแซงต์-เอเตียนประตูที่ 15 ในการเจอกัน 14 ครั้งของอิบราฮิโมวิชด้วย

ผ่านมาถึงนาทีที่ 25 เจ้าบ้านเกือบจะได้อีกประตู ปอล ป็อกบา จ่ายบอลตามช่องให้ ฆวน มาต้า สอดเข้าไปในเขตโทษแล้ววอลเล่ย์ด้วยซ้าย แต่โดน สเตฟาน รุฟฟิเย่ร์ ออกมาปิดมุมเซฟได้อย่างยอดเยี่ยม พลาดได้สกอร์ที่สอง

อีก 4 นาทีต่อมา เป็นโอกาสของ แซงต์-เอเตียน บ้าง โรแม็ง อามูม่า พาบอลลุยมาทางซ้าย แล้วจ่ายเข้ามาหน้าเขตโทษให้ อองรี เซเว่ต์ จับแล้วซัดด้วยซ้ายบริเวณหัวกะโหลก แต่บอลหลุดกรอบออกหลังไปอย่างหวุดหวิด

จังหวะต่อมา เป็นการออกอาวุธของเจ้าบ้าน อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ใช้ความเร็วกระชากบอลมาทางซ้าย แล้วลากเข้าเขตโทษ โดนบีบให้ยิงด้วยซ้าย แต่บอลติดขา รุฟฟิเย่ร์ ยังไปเข้าทาง ซลาตัน หวดซ้ำ แต่ข้ามคาน

ท้ายครึ่งแรก “เลส์ แวร์” ทำเกมกดดันเจ้าบ้านบ้าง โรแม็ง อามูม่า คนเดิมที่วันนี้ปั่นป่วนแนวรับเจ้าบ้านได้ดีมากๆ ลากบอลมาจี้อีกครั้ง แต่จังหวะจบยังทำได้น่าผิดหวัง ซัดข้ามคานออกหลังไป ครบ 45 นาทีแรก แมนฯ ยูไนเต็ด ออกนำ เอเตียน 1-0

กลับมาเตะกันได้ 4 นาที แมนฯ ยูไนเต็ด พลาดได้อีกประตูอย่างน่าเสียดาย มาต้า เปิดบอลจากทางด้านขวาเข้าไปทางเสาไกลในเขตโทษ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ขึ้นโขกบอลตุงตาข่ายไปแล้ว แต่กรรมการมองว่าล้ำหน้าก่อน

ผ่านมาถึงนาทีที่ 55 ยังเป็นฝั่งสีแดงที่ได้กดดันต่อเนื่อง อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล พาบอลลากมาทางซ้ายเข้าเขตโทษ ตะบันด้วยซ้าย จังหวะแรกติดเซฟ ยังตามไปเก็บได้ที่นอกเขตโทษ เปิดเร็วมาที่เสาแรกให้ อิบราฮิโมวิช โขก แต่โดนตัว โลอิก แปร์แร็ง จะย้อยเสียบใต้คาน แต่ รุฟฟิเยร์ ยังไว ปัดทิ้งออกหลังได้

เลยมาถึงนาทีที่ 63 แมนฯ ยูไนเต็ด ออกอาวุธต่อเนื่อง มาต้า จ่ายบอลจากริมเส้นฝั่งขวามาให้ ปอล ป็อกบา พลิกบอลหนี แปร์แร็ง ที่หน้าเขตโทษ แล้วปั่นด้วยซ้าย แต่บอลแรงเฮี่ยวเสาไกล หลุดกรอบไปอย่างหวุดหวิด

หลังจากนั้น 5 นาที เจ้าบ้านหวิดจะได้อีกประตู ดาเล่ย์ บลินด์ เปิดฟรีคิกจากระยะ 40 หลายาวเข้าไปในเขตโทษทางเสาสอง ปอล ป็อกบา โขกเต็มหัว แต่บอลชนคาน ไม่ได้ประตู

เลย 70 นาทีแรก แนวรับแมนฯ ยูไนเต็ดเกือบเสียท่า ดาเล่ย์ บลินด์ ลงมาไม่ทัน โดนแทงบอลออกทางซ้าย โนล็อง รูซ์ ตัวสำรองสอดมารับบอลในเขตโทษ แล้วชิพข้ามตัว โรเมโร่ ที่ออกมาปิดมุมเซฟ แต่บอลน้ำหนักแรง ข้ามคานไปเฉียดฉิว

นาทีที่ 75 เจ้าบ้านมาได้ประตูนำห่าง 2-0 จากจังหวะที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด ทีเพิ่งลงสนามมาเป็นสำรอง พาบอลลากเข้าเขตโทษฝั่งซ้าย แล้วเปิดยัดเข้ากลาง รุฟฟิเยร์ พยายามปัด แต่ไม่พ้นอันตราย มาเข้าทางปืน ซลาตัน ซ้ำจ่อๆเข้าประตูไป

นาทีที่ 87 ซลาตัน อิบราฮิโมวิช โดนทำฟาวน์ในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินชี้ให้เป็นลูกจุดโทษทันทีและเป็นเจ้าตัวลุกขึ้นมาสังหารไม่เหลือ ผีแดง ตอกฝาโลง 3-0 และนับเป็นแฮตทริกในเกมนี้ของ ซลาตัน อีกด้วย

แนะนำที่พัก สระแก้ว จบเกม “ปีศาจแดง” เอาชนะ แซงต์-เอเตียน 3-0 โดยเกมเลกสองจะย้ายวิกไปเล่นที่สต๊าด เจฟฟรัว กีชาร์ ในวันพุธที่ 22 กุมภาพันธ์นี้

For related post, please visit อิบราแฮตทริก!ผีโชว์แจ่มอัดแซงต์-เอเตียน3-0.

ซิซูชมชุดขาวฟอร์มแจ่มเกมดับนาโปลี

ซีเนดีน ซีดาน กุนซือ เรอัล มาดริด ยกนิ้วชมลูกทีมที่เล่นได้ดีในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก ที่คว้าชัยเหนือ นาโปลี 3-1 พร้อมระบุ “ราชันชุดขาว” ยังไม่ได้รับประกันว่าจะผ่านเข้าสู่รอบต่อไปแล้ว ถึงแม้สถานการณ์จะดูได้เปรียบพอตัวก็ตาม

ซีเนดีน ซีดาน เทรนเนอร์ เรอัล มาดริด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งวงการ ลา ลีกา สเปน กล่าวชมลูกทีมที่ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมจนทำให้เปิดรัง ซานติอาโก้ เบร์นาเบว เอาชนะ นาโปลี 3-1 ในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก เมื่อวันพุธที่ 15 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาได้

เกมนี้ทีมเยือนทำเซอร์ไพรส์เมื่อขึ้นนำก่อนจาก ลอเรนโซ่ อินซินเญ่ ในนาทีที่ 8 แต่เจ้าถิ่นตีเสมอได้อย่างรวดเร็วจาก คาริม เบนเซม่า ใน 10 นาทีต่อมา ก่อนที่ “ราชันชุดขาว” จะแซงขึ้นนำจาก โทนี่ โครส ในนาทีที่ 49 และ เรอัล ก็มาได้ประตูปิดท้ายจาก คาเซมิโร่ ในนาทีที่ 54

“เราเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม ผมไม่รู้หรอกว่านี่เป็นเกมที่เราเล่นได้ดีที่สุดในรอบหลายนัดที่ผ่านมารึเปล่า แต่เราก็ออกสตาร์ตได้ดี ประตูที่เสียไปมันน่าผิดหวัง แต่เราก็แก้ไขมันได้, ทำประตูได้ และเปลี่ยนรูปเกมจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ ผมคิดว่ามันเป็นการแข่งขันที่เหมาะสมแล้วล่ะ” กุนซือชาวฝรั่งเศส ระบุ

โทรกลับไทย ซีดาน เสริมว่าทีมของตนยังไม่ได้การันตีว่าจะผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้เป็นที่แน่นอนแล้ว และกระตุ้นลูกทีมให้เล่นอย่างเต็มที่ในนัดสองที่ต้องไปเยือน ซาน เปาโล วันอังคารที่ 7 มีนาคมนี้ “นัดหน้าเราจะต้องไปเยือนสนามที่เล่นได้ยาก เราจะเจองานหิน และเกมมันก็ยังออกได้ทุกหน้า เราต้องบุกไปที่นั่นและปิดงานด้วยผลต่างที่นำอยู่ 3-1 ให้ได้”

For related article, please visit ซิซูชมชุดขาวฟอร์มแจ่มเกมดับนาโปลี.

ไก่จัดหนัก!ส่งเคนนำทัพบุกรังเกนท์ลุ้นเฮกู้หน้า

เกนท์ ทีมอันดับ 3 เบลเยียม โปรลีก ฤดูกาลที่แล้ว ผลงานซีซั่นนี้ฟอร์มตกอย่างหนัก ล่าสุดแพ้คาบ้านต่ออูเปน ทีมท้ายตาราง 0-1 อยู่เพียงอันดับ 8

ทีมของกุนซือ ไฮน์ ฟานฮาเซบรู๊ค ผ่านรอบแรกในฐานะทีมอันดับ 2 กลุ่ม เอช ตามหลังชัคตาร์ โดเนตส์ค ที่ชนะรวด 6 นัด

สภาพทีมไม่มีปัญหามากนัก มีเพียง เรนาโต้ เนโต้ มิดฟิลด์ตัวเก่ง ที่พ้นโทษแบนเกมลีกกลับมาพอดี คาดโทษใบเหลือง 2 ใบอยู่

แดนกลางจะเรียกตัวเก่ง ดานิเยล มิลิเชวิช กลับมาคุมเกม และแนวรุกก็จะให้ โมเสส ซิโมน กับ เฌเรมี่ แปร์กเบต์ คืนตัวจริงประสานงาน ยูยะ คูโบะ กองหน้าญี่ปุ่น

ฝั่งไก่เดือยทอง เพิ่งแพ้นัดแรกในรอบ 12 นัดหลังสุดรวมทุกรายการ หลังบุกพ่าย ลิเวอร์พูล 0-2 เกมลีกเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือชาวอาร์เจนไตน์ ยังขาด แยน แฟร์ต็องเก้น เซนเตอร์ฮาล์ฟที่กำลังฟื้นฟูอาการบาดเจ็บข้อเท้า, แดนนี่ โรส แบ็กซ้ายเจ็บเข่า และ เอริค ลาเมล่า ปีกที่เจ็บสะโพก

เกมนี้ โปเช็ตติโน่ พร้อมขนตัวหลักลงบู๊ เพราะสุดสัปดาห์นี้ มีคิวเอฟเอ คัพ รอบ 5 ที่บุกเยือนฟูแล่ม ทีมจากแชมเปี้ยนชิพ ก่อนกลับมาเจอเกนท์ นัดสอง กลางสัปดาห์หน้า

การจัดทัพ อูโก้ โยริส ลงเฝ้าเสา แผงหลังยังใช้ 4 คนต่อ ไคล์ วอล์คเกอร์, เอริก ดายเออร์, โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ และ เบน เดวิส

ตรงกลาง วิคเตอร์ วานยาม่า คุมเกมร่วมกับ มูสซ่า เดมเบเล่ แนวรุกก็คงไม่เปลี่ยน เดเล่ อัลลี่, คริสเตียน เอริคเซ่น, ซน ฮึง-มิน และหน้าเป้า แฮร์รี่ เคน

For related article, please visit ไก่จัดหนัก!ส่งเคนนำทัพบุกรังเกนท์ลุ้นเฮกู้หน้า.

แพ้ทาง!เสือใต้สุดโหดถล่มปืนกระบอกแตก5-1

เกมครึ่งแรกนาที 11 ฟิลิปป์ ลาห์ม กัปตันทีม ทำชิ่งทางริมเส้นฝั่งขวากับ ดั๊กลาส คอสต้า ส่งบอลต่อมาที่ อาร์เยน ร็อบเบน เลี้ยงบอลก่อนยิงเท้าซ้ายจากนอกกรอบเขตโทษฝั่งขวา บอลไซด์โค้งพุ่งเสียบเสาไกลอย่างสวยงาม บาเยิร์นนำ 1-0 นับเป็นประตูที่ 2 จากการลงสนาม 5 นัดของเขาในแชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลนี้

นาที 29 โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ทำฟาวล์ โลร็องต์ กอสซิแอลนี่ ในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสิน มิโลราด มาซิช จากเซอร์เบียเป่าให้ทีมเยือนได้ลูกจุดโทษ อเล็กซิส ซานเชซ สังหารจุดโทษเท้าขวาไปติด มานูเอล นอยเออร์ นายทวารเสือใต้ปัดบอล ก่อนที่ อเล็กซิส วอลเลย์เท้าขวาบอลกระเด้งลงพื้น และเขายิงซ้ำเท้าขวาระยะเผาขนในกรอบเขตโทษฝั่งขวาเข้าประตูอาร์เซน่อลตีเสมอ 1-1 เป็นลูกที่ 3 จากการลงเล่นนัดที่ 7 ของเขาในแชมเปี้ยนส์ ลีกซีซั่นนี้

จากนั้นนาที 35 ดาวิด อลาบา แบ็กซ้ายเจ้าถิ่นเปิดบอลไปโดนมือของ เอคตอร์ เบเยริน ในกรอบเขตโทษ ทว่า มาซิช ไม่เป่าให้บาเยิร์นได้ลูกจุดโทษแต่อย่างใด

สิบนาทีต่อมา ชาบี อลอนโซ่ กองกลางบาเยิร์นเปิดฟรีคิกทางฝั่งซ้าย บอลลอยโด่งมาเข้าหัว มัทส์ ฮุมเมิ่ลส์ โขกเผาขน บอลถากเสาซ้ายออกไปอย่างหวุดหวิด จบครึ่งแรกทั้งสองทีมเสมอกัน 1-1

ลงสนามครึ่งหลังเพียง 4 นาที อาร์เซน่อลต้องเปลี่ยนเอา นาโช่ มอนเรอัล เล่นแทน โลร็องต์ กอสซิแอลนี่ ซึ่งมีปัญหาการเจ็บ

แฟนบอลในอัลลิอันซ์ อารีน่า เฮสนั่นนาที 53 เมื่อ ”เสือใต้” ขึ้นนำอีกครั้ง 2-1 ร็อบเบนไหลไปสุดเส้นฝั่งขวาให้ ฟิลิปป์ ลาห์ม เติมเกมรุกครอสเข้าเขตโทษ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ โดดโหม่งเหนือตัวประกบตุงตาข่าย

เท่านั้นไม่พอนาที 56 บาเยิร์นทะทวงตาข่าย 3-1 ชาบี อลอนโซ่ ไหลขึ้นหน้าให้เลวานดอฟสกี้ ไขว้หลังหลุดถึง ติอาโก้ อัลกันตาร่า สอดมากดเรียดสวน ออสปิน่า ไม่เหลือซาก

เกมรับของอาร์เซน่อลรวนแล้วนาที 62 เลวานดอฟสกี้เลี้ยงจี้เข้ากรอบแตะหนีออสปิน่าไปสุดเส้นฝั่งซ้าย แต่งหามุมแล้วปั่นโค้งลูกชนคานกระดอนมาถึงร็อบเบน ยิงซ้ำติดบล็อกแขน คีแรน กิ๊บบ์ส ออกหลังพยายามฟ้องเอาแฮนด์บอลแต่ได้แค่เตะมุม

ต่อเนื่องจากเตะมุมฝั่งขวาร็อบเบนเปิดลึกถึงเสาไกล ฆาบี มาร์ติเนซ โหม่งแค่ 6 หลา ออสปิน่ายังไวทายาดเซฟช่วยอาร์เซน่อลเสียอีกคอร์เนอร์

ทำนบของ ”ปืนใหญ่” พังลงนาที 63 ดั๊กลาส คอสต้า เปิดเตะมุมเข้ามาบอลมันขลุกขลิกหน้าเขตโทษโดน ติอาโก้ กดสวนระยะ 18 หลาแฉลบดงแข้งอาร์เซน่อลเข้าประตู บาเยิร์น 4 อาร์เซน่อล 1

ดาวโหลดฮอลิเดย์ ทรงบอลของอาร์เซน่อลยังไม่ดีขึ้นโดนโหมมาเป็นระยะและมาเสียประตูปิดกล่องจากความผิดพลาดของแนวรับอาร์เซน่อล ก่อนจะโดนตัดบอลได้บอลเลยมาถึง โธมัส มุลเลอร์ ซัดประตูเข้าไปไม่เหลือจบเกม ”เสือใต้” เปิดรังไล่ถล่มไอ้ปืนใหญ่ยับเยิน 5-1 กุมความได้เปรียบก่อนที่นัดที่สองจะกลับไปเตะที่ เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม 7 มี.ค.

Read more article at แพ้ทาง!เสือใต้สุดโหดถล่มปืนกระบอกแตก5-1.

ชุดขาวจัดหนัก!ลุ้นโด้ผนึกเบนเซม่าตะบันนาโปลี

“ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ยอดทีมของสเปนอยู่ภายใต้การคุมทัพของ ซีเนดีน ซีดาน กุนซือคนดังชาวฝรั่งเศส เพิ่งนำทัพยกพลทุบ โอซาซูน่า 3-1 เป็นการคว้าชัยในลีก 3 เกมติด นำจ่าฝูงต่อไป โดยนำหน้า บาร์เซโลน่า คู่ปรับสำคัญ 1 แต้ม แต่แข่งน้อยกว่าอยู่ถึง 2 นัด เลยทีเดียว และพวกเขายังเก็บชัยมาถึง 27 นัด จากการลงสนาม 32 เกมหลังสุดในลา ลีกา ด้วย

ส่วนในถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เรอัล มาดริด ทำได้เพียงเสมอโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 2-2 ในนัดสุดท้าย ทำให้เข้าป้ายในฐานะรองแชมป์กลุ่ม เอฟ

สภาพทีมเกมนี้ เรอัล มาดริด ที่ชนะถึง 28 จากการลงเล่น 33 นัดหลังสุดในบ้านยามทำศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก ไม่มี แกเร็ธ เบล สตาร์ดังทีมชาติเวลส์วัย 27 ปี ที่ฟื้นตัวจากอาการเจ็บข้อเท้า กลับมาลงฝึกซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมได้แล้ว แต่ยังต้องเรียกความฟิตต่อไป ไม่มีชื่อติดทีมนัดนี้ ส่วน ดานิโล่ แบ็คขวาชาวบราซิลที่เจ็บจากเกมลา ลีกา นัดล่าสุดที่บุกชนะ โอซาซูน่า 3-1 ชวดบู๊เช่นกัน

ข่าวดีคือได้ โทนี่ โครส มิดฟิลด์ทีมชาติเยอรมัน ที่ติดโทษแบนในลีกเมื่อสุดสัปดาห์ กลับมาเป็นตัวเลือกตามปกติในถ้วยนี้ เช่นเดียวกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ปีกตัวฉกาจวัย 32 ปี ที่ฟื้นจากอาการเจ็บกล้ามเนื้อขาขวาเล็กน้อย กลับมาลงซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมได้แล้วเช่นเดียวกับ ฟาบิโอ โกเอนเตรา แบ็คซ้ายชาวโปรตุกีส ที่กลับมาซ้อมแล้ว

ตำแหน่งผู้รักษาประตูให้ เคย์ลอร์ นาวาส นายทวารวัย 30 ปี ทีมชาติคอสตา ริกา ลงมาเฝ้าเสา พร้อมได้ความช่วยเหลือจาก เซร์คิโอ รามอส กัปตันทีมที่เพิ่งลงสนามให้ ”ราชันชุดขาว” ครบ 500 นัด ยืนเซนเตอร์ฮาล์ฟกับ ราฟาแอล วาราน ขนาบข้างด้วยฟูลแบ็คอย่าง ดาเนียล การ์บาฆาล กับ มาร์เชโล่ วิเอยร่า

ขุมกำลังในแดนกลางวางใจให้ โทนี่ โครส, คาเซมีโร่ และ ลูก้า โมดริช ลงทำเกม ส่วนสามประสานแดนหน้าส่ง ลูกัส บาซเกซ, คาริม เบนเซม่า และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ลงทะลวงตาข่าย

ทางด้าน “อัซซูร์ร่า” นาโปลี ยอดทีมจากแดนมะกะโรนี อยู่ภายใต้การคุมทัพของเมาริซิโอ ซาร์รี่ ฟอร์มยังแรงต่อเนื่องในลีก หลังจากเปิดรังชนะ เจนัว 2-0 เก็บชัยเป็นนัดที่ 7 จาก 8 นัดหลังสุด (รวมทุกรายการ) พร้อมยืดสถิติไร้พ่ายเป็นนัดที่ 13 ติดต่อกันแล้ว

ผลงานรายการนี้ ในรอบแบ่งกลุ่ม นาโปลี บุกเชือด เบนฟิก้า 2-1 เป็นการส่งท้ายตำแหน่งแชมป์กลุ่ม บี

ความพร้อมแมตซ์นี้ได้ เอลเซอิด อีซาย แบ็คขวาทีมชาติแอลเบเนีย กับ โฆเซ่ กาเยฆ่อน ปีกตัวเก่งชาวสเปน พ้นโทษแบนในลีกเซเรีย อา กลับมาช่วยทีม โดยรายของ กาเยฆ่อน จะเป็นการกลับไปเยือนอดีตต้นสังกัดด้วย

ในแนวรับไม่มี ลอเรนโซ่ โตเนลลี่ ปราการหลังที่ไม่สมบูรณ์ และไม่มีชื่อลงทะเบียนรายการนี้ แต่ขอเดินทางไปเป็นกำลังใจให้เพื่อนร่วมทีมในสเปนด้วย ขณะที่ อีวาน สตรีนิช สภาพร่างกายไม่สมบูรณ์

ด้าน อาร์คาดิอุสซ์ มิลิค กองหน้าตัวเก่งวัย 22 ปี ทีมชาติโปแลนด์ มีลุ้นกลับมาช่วยทีม หลังจากมีชื่อเป็นสำรองในเกมลีกล่าสุด ขณะที่ เลโอนาร์โด้ ปาโวเล็ตติ ดาวยิงวัย 28 ปี มีลุ้นประเดิมช่วยทีมในรายการนี้ หลังถูกส่งชื่อลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว

ผู้รักษาประตูใช้งาน โฆเซ่ เรน่า ลงมาเฝ้าเสา ส่วนเกมรับได้ ราอูล อัลบิโอล ปราการหลังจอมเก๋าวัย 31 ปี ที่จะกลับมาเจอกับสโมสรเก่า ลงยืนเซนเตอร์ฮาล์ฟกับ คาลิดู กูลิบาลี่ พร้อมได้ เอลซาอิด อีซาย หายเจ็บข้อเท้าจากการฝึกซ้อมเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา กลับมายืนเป็นแบ็คขวา อีกฟากเป็น ฟาอูซี่ กูล็อม ลงประจำการ

โทรกลับไทย ในแดนกลางมี มาเร็ค ฮัมซิค กัปตันทีมลงบัญชาการทัพ พร้อมได้ ปีโอเตอร์ ซีลินสกี้ กับ อมาดู ดิยาวาร่า คอยช่วยทำเกมและตัดเกมคู่แข่ง

สามประสานแดนหน้าร่างเล็ก แต่สุดอันตรายอย่าง โฆเซ่ กาเยฆ่อน, ดรีส์ เมอร์เท่นส์ และ ลอเรนโซ่ อินซินเย่ พร้อมลงล่าตาข่าย

Please visit ชุดขาวจัดหนัก!ลุ้นโด้ผนึกเบนเซม่าตะบันนาโปลี for related content.